Swap Short และ Long คืออะไร?

11

swap-long-swap-short-คือ

Swap Short และ Long คืออะไร?

ก่อนที่จะเข้าใจว่า Swap Short และ Long คืออะไร จะต้องเข้าใจนิยามคำว่า Swap ก่อน นักลงทุนForex ส่วนมากมักจะเข้าใจว่า Swap คือ เงินที่เป็นค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายสำหรับการถือสัญญาซื้อขายข้ามคืน ซึ่งก็คือค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเพิ่มให้กับโบรกเกอร์ เนื่องจากSwap จะอยู่ตรงข้ามกับทิศทางที่เทรดเดอร์เลือกลงทุน หรือในบางกรณีอาจจะอยู่ในทิศทางเดียวกันก็ได้ เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นว่ามีขั้นตอนอะไรบ้างในตลาด Forex ก่อนที่จะมีการเรียกเก็บเงินค่าSwap ความหมายของ Swap คือการทำสัญญาซื้อขายที่มีสองด้าน คือด้านขาขึ้น (Long)และด้านขาลง(Short) ซึ่งมีลักษณะเหมือนกันทุกประการ (แต่อยู่คนละด้าน) แต่ระดับราคาไม่เท่ากัน กระบวนการถือสัญญาซื้อขายข้ามคืนในแต่ละวันจะกระทำโดยธนาคารหรือหน่วยงานที่ดูแลด้านสภาพคล่อง

นักลงทุนที่ต้องการทำกำไรจากกลยุทธ์Swap Strategyเช่น Triple Swap ต้องเข้าใจในกระบวนการSwapสมมติว่าเทรดเดอร์ต้องการซื้อเงินดอลล่าร์ออสเตรเลียเทียบกับดอลล่าร์สหรัฐ (สมมติว่าดอกเบี้ยของเงินดอลล่าร์ออสเตรเลียสูงกว่า) ประมาณ 20-30 วินาทีก่อนที่จะมีการคิดค่าธรรมเนียม Swap ในกรณีนี้นักลงทุนมีการทำสัญญาซื้อขายสกลุเงินดอลล่าร์ออสเตรเลียและสหรัฐโดยไม่กำหนดทิศทาง จนถึง 10-15 วินาทีหลังจากมีการคิดค่าธรรมเนียม Sap เทรดเดอร์ก็สามารถจัดการกับออเดอร์นั้นได้ กระบวนการนี้สำคัญมากสำหรับนักลงทุนที่จะทำความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างภายใน 40-50วินาทีซึ่งก็คือกระบวนการที่อธิบายในย่อหน้านี้ ในกรณีที่ราคามีการปรับขึ้นหรือคงที่ไม่เปลี่ยนแปลง ถ้านักลงทุนปิดสัญญาซื้อขายจะได้รับผลกำไรเป็นบวกหรือไม่ได้เลยถ้ามีการกำหนดSwap Longในทางกลับกันถ้าตลาดเคลื่อนไหวในด้านลบSwap Shortเทรดเดอร์จะขาดทุนและต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่นในกับโบรกเกอร์ด้วย

กลยุทธ์การลงทุนที่ใกล้เคียงกับSwap Strategy

คือ Carry Trade โดยมีหลักการในการใช้สกุลเงินที่มีดอกเบี้ยต่ำ ในการลงทุนบนสกุลเงินที่มีดอกเบี้ยสูง ซึ่งผลกำไรจะได้จากความแตกต่างของดอกเบี้ย ในการลงทุนรูปแบบนี้เทรดเดอร์ต้องเข้าใจว่าการใช้เครื่องมือทางการลงทุนลักษณะนี้มีความเสี่ยงจากความผันผวนด้านราคา สมมติว่าปัจจุบัน อัตราดอกเบี้ยของดอลล่าร์ออสเตรเลียสูงกว่าดอลล่าร์สหรัฐ ดังนั้นSwap High ของ ดอลล่าร์ออสเตรเลียและดอลล่าร์สหรัฐจากเกินจากโวลุ่ม Swap Short เมื่อปิดสัญญาซื้อขายSwap Long หมายถึงการขายดอลล่าร์ออสเตรเลียจำนวนมาก ซึ่งจะเป็นการลดระดับBID ซึ่งทำให้สปรดกว้างขึ้น ในขณะที่ ASKไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้นในขณะที่เปิดสาญาซื้อขายใหม่ เมื่อมีการซื้อดอลล่าร์ออสเตรเลีย ราคา BID จะเพิ่มขึ้นและจะทำให้สเปรดกลับมาที่ตำแหน่งเดิม

ราคาECN BID และ ASK จะอยู่ในรูปแบบ Depth of Market หรือเรียกอีกอย่างว่า Level 2 เทคโนโลยีนี้จะรวมขึ้นมูลที่ได้รับจากหน่วยงานจัดการสภาพคล่องและขีดจำกัดคำสั่งซื้อของโบรกเกอร์แต่ละแห่ง ซึ่งจะทำให้เกิดฐานข้อมูลระดับสภาพคล่องในการซื้อขาย คำสั่งซื้อและขายของแต่ละสกุลเงินจะถูกรวมกลุ่มตามระดับราคา ในขณะที่กราฟจะแสดงเพียงแค่ราคา Bid และ Askในการที่จะทำกระบวนการปิดสัญญาซื้อขาย จำเป็นต้องปิดสัญญาที่เปิดอยู่ทั้งหมดและเปิดใหม่ที่ราคาซึ่งกำหนดใน Swap ย้อนกลับไปที่การปิดสัญญาซื้อขายที่ Swap ฝั่งตรงข้าม หมายถึงการปิดสัญญาคำสั่งซื้อที่เปิดไว้แล้ว สามารถทำได้โดยการ Match กับคำสั่งซื้อของตลาด (Market Order Sell) ซึ่งสั่งซื้อโดยนักลงทุนรายย่อยที่เป็นลูกค้าของโบรกเกอร์ หรือMatch กับคำสั่งซื้อที่ค้างอยู่ ซึ่งจะทำโดยหน่วยงานควบคุมสภาพคล่องหรือโดยนักลงทุนรายย่อยเอง

เมื่อมีโวลุ่มสัญญาซื้อขายรวมSwap Long มากกว่า Swap Short ขีดจำกัดคำสั่งซื้อที่เป็นวอลุ่มใหญ่จากหน่วยงานควบคุมสภาพคล่อง (ราคาBID สำหรับเทรดเดอร์ที่เป็นลูกค้าของโบรกเกอร์) จะมีระดับราคาแตกต่างจากราคาปัจจุบัน ขีดจำกัดคำสั่งซื้อที่สั่งซื้อโดยนักลงทุนรายย่อยจะแสดงออกมาในเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดจากสภาพคล่องโดยรวม

จากที่ได้กล่าวไปแล้ว ในแต่ละช่วงเวลา ราคา Ask และ Bid จะแสดงอยู่ในกราฟ ณ ราคานี้คำสั่งซื้อจะถูกประมวลผลอยู่เกือบตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม นักลงทุนไม่ควรมองข้ามข้อเท็จจริงที่ว่า วอลุ่มที่พร้อมสำหรับการซื้อขายนั้นอาจจะน้อยมาก และถ้าโวลุ่มของคำสั่งซื้อมีขนาดใหญ่ ราคาสรุปสุดท้ายจะมีความแตกต่างกันมาก สมมติว่า ปัจจุบันราคา Ask ที่ดีที่สุดคือ 0.9746 ราคา Bid ที่ดีที่สุดคือ 0.9745 ถ้าในช่วงระยะเวลาสั้นๆ นักลงทุนหรือหน่วยงานควบคุมสภาพคล่องไม่ได้ส่งคำสั่งซื้อขาย คำสั่งซื้อที่ Sell Limit จำนวน 1.5 Lotที่ราคา Ask (0.9746) จะ Match กับ Buy Limit ที่โวลุ่มรวม 1.1 Lot ที่ช่วงราคาระหว่าง 0.9745ถึง 0.9741 (ราคา Bid) ราคาถัดไปที่สามารถซื้อขายได้คือ0.9700 เนื่องจากเราให้ความสนใจเฉพาะความต่างของราคา ทำให้บางครั้งจะมีการกระโดดของราคาบนกราฟ

จากนั้นไม่กี่วินาทีสัญญาซื้อขายSwapไม่ว่าจะเป็นSwap Short หรือ Swap Long สำหรับค่าเงินดอลล่าร์ออสเตรเลียและดอลล่าร์สหรัฐจะถูกเปิดสัญญาใหม่ ณ จุดนี้ราคาSwap และ Bid จะคงที่ อย่างไรก็ตาม ถ้านักลงทุนมีMargin Level ต่ำ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ สัญญาซื้อขายจะถูกปิดโดยอัตโนมัติ เนื่องจากกระบวนการ Stop Out ถ้า Gap ราคาเกิดขึ้น สัญญาซื้อขาย Swapทั้งหมดจะถูกปิดในราคาถัดไปหลังจาก Gap ผลลัพธ์คือบัญชีซื้อขายของนักลงทุนจะติดลบ แต่จะถูกปรับให้เป็นศูนย์