Uncategorized

วิธีเล่นบิทคอยน์เป็นหนึ่งในรูปแบบการทำเงินด้วยสกุลเงินดิจิตอล โดยที่สกุลเงินนี้กำลังได้รับการพูดถึงว่าจะเป็นหนึ่งในสกุลเงินแห่งอนาคต ที่จะช่วยให้ตลาดการเงินและการทำเงินของนักลงทุนเปิดกว้างมากขึ้น เพราะเป็นการรวมเทคโนโลยี ธนาคาร การเงิน และระบบเชิงซ้อนต่างๆ ของหลักคณิตศาสตร์มารวมไว้เป็นหนึ่งเดียวกัน ส่วนวิธีเล่นบิทคอยน์นั้นจะคือการถือครองที่มีให้เลือก 2 รูปแบบ คือ การลงทุนใช้เครื่อง PCในการขุดเหมืองของตัวเองและการเทรดดิ้งที่เหมือนกับตลาดหลักทรัพย์ทั่วไป ดังนั้นการเล่นบิทคอยน์จึงจะมีเพียงแค่ 2 รูปแบบหลักนี้เท่านั้น โดยขออธิบายแต่ละประเภท ดังนี้ 1.วิธีเล่นบิทคอยน์โดยการขุดเหมือง             วิธีเล่นบิทคอยน์แบบการขุดเหมืองจะมีแตกยอดออกเป็นอีก 2 รูปแบบ คือ การขุดเหมืองด้วยตัวเอง วิธีนี้จะเป็นการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ PCแบบส่วนบุคคลที่ถูกประกอบขึ้นมาใหม่ทั้งหมดเพื่อให้ขุดเหมืองบิทคอยน์โดยเฉพาะ เครื่องยิ่งแรงก็ยิ่งทำกำไรได้มาก แต่สำหรับยุคนี้แล้วการขุดบิทคอยน์ด้วยวิธีนี้อาจจะหากำไรได้ยากขึ้น เพราะมีคนขุดเป็นจำนวนมาก จากในอดีตการประกอบเครื่องเพื่อมาขุดใช้งบประมาณไม่มากและได้กำไรดี กลับกลายเป็นงบประมาณในการประกอบเครื่องสูงขึ้นและกำไรก็น้อยลงตามไปด้วย ส่วนการขุดอีกรูปแบบหนึ่งคือวิธีเล่นบิทคอยน์แบบ Clound Mining วิธีการปล่อยให้เช่าเหมืองเพื่อขุดอย่างสะดวก ไม่จำเป็นต้องประกอบเครื่องราคาแพงมาสู้ในภาวะที่คนขุดมีจำนวนมากขึ้น ไม่ต้องเสียค่าไฟ ไม่ต้องใช้ต้นทุนสูง เพียงแค่เสียค่าเช่ารายเดือนที่ราคาก็ไม่ได้ถือว่าแพงจนเกินไป วิธีนี้จะช่วยให้คุณลดต้นทุนได้ดี ไม่ต้องนั่งเฝ้า และเพียงแค่เปิด Walletเพื่อรับเงินบิทคอยน์ก็ถือว่าจบขั้นตอนแบบง่ายๆ 2.วิธีเล่นบิทคอยน์ด้วยการ Tradingหรือการซื้อ-ขายแลกเปลี่ยน เมื่อยุคแห่งการขุดหาทองเริ่มมีคนเข้ามาหารเป็นจำนวนมาก ทำให้พื้นที่มีบิทคอยน์น้อยลงเรื่อยๆ และเหรียญทองที่ขุดขึ้นมานั้นก็ต้องนำมาขายเพื่อทำเงิน จึงเกิดเป็นตลาดสกุลเงินดิจิตอลที่เหมือนกับตลาดหลักทรัพย์ทั่วไป ผู้ที่ไม่ต้องการขุดเหรียญหรือต้องการเล่นบิทคอยน์จึงเริ่มหันมาทำการเทรดดิ้งมากขึ้น เกิดเป็นเว็บไซต์รับเทรดบิทคอยน์กับตลาดสกุลเงินดิจิตอลของต่างชาติเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ...
รีวิว FxProโบรกเกอร์ Forex ที่มีระบบ MetaTrader ดีที่สุด จากการศึกษาของทีม รีวิว FxProพบว่าโดยรวมแล้วFxPro ให้ทางเลือกในการเทรดForex ที่มากกว่าสำหรับนักลงทุน เนื่องจากโบรกเกอร์นี้มีชนิดบัญชีเทรดให้เลือกหลากหลาย รวมถึงมีโครงสร้างราคาและการสั่งซื้อ/สั่งขายที่มีให้เลือกตามความต้องการของเทรดเดอร์ เช่น การส่งคำสั่งซื้อขายแบบทันที และสเปรดแบบลอยหรือคงที่ FxPro ก่อตั้งในปีพ.ศ. 2549 และประมวลผลคำสั่งซื้อ/ขายไปแล้วมากกว่า 360 ล้านคำสั่ง และมีฐานลูกค้าอยู่ในมากกว่า 165ประเทศทั่วโลก โดยมีสำนักงานสาขาอยู่ในทวีปยุโรป ละตินอเมริกา อเมริกาใต้ และตะวันออกกลาง             ทีม รีวิว FxPro ได้รวบรวมจุดแข็งและจุดอ่อนของFxPro จากการศึกษาค้นคว้ามากกว่าร้อยชั่วโมงต่อเนื่องเป็นเวลายาวนานกว่าครึ่งปี สิ่งที่เราค้นพบมีดังนี้ FxProริเริ่มกิจการครั้งแรกในปี2543 ซึ่งควบคุมโดยสถาบันกำกับดูแลTier-1 และ สถาบัน Tier-2 หลายแห่ง ทำให้โบรกเกอร์แห่งนี้มีความมั่นคงสูงและความเสี่ยงในระดับต่ำ FxProมีตัวเลือกด้านราคาที่หลากหลาย รวมถึงรูปแบบการส่งคำสั่งซื้อขายที่ยืดหยุ่น และมีต้นทุนการเทรดที่ต่ำติดอันดับ 1 ใน 10 FxProเป็นที่รู้จักในฐานะโบรกเกอร์Forex ที่มีระบบ MetaTrader ที่สมบูรณ์แบบ โดยมีครบทั้ง MT4และ...
รีวิว FXOpenโบรกเกอร์ MetaTrader ที่มีตัวเลือกในการเทรดไม่มากแต่ก่อตั้งมายาวนาน ทีมรีวิว FXOpen ได้ค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับโบรกเกอร์แห่งนี้ แล้วพบว่ามีการเสนอระบบแพลตฟอร์ม MetaTraderที่น่าเชื่อถือและมีระบบก้อปปี้เทรดมาให้ด้วย สำหรับประเด็นที่ยังคงต้องการการปรับปรุงก็คือบทวิเคราะห์ตลาด Forex รวมถึงฟีเจอร์แพลตฟอร์มที่มีให้ใช้งานไม่มาก และตัวเลือกผลิตภัณฑ์CFD ที่ไม่ค่อยหลากหลายเท่าที่ควร FXOpen ก่อตั้งขึ้นในปี 2546 ด้วยจุดประสงค์ที่ค่อนข้างแปลกกว่าโบรกเกอร์อื่น คือเริ่มมาจากการเป็นศูนย์การเรียนรู้สำหรับผู้ที่ต้องการฝึกฝนเพื่อเป็นนักวิเคราะห์ทางเทคนิค โดย FXOpenนั้นเริ่มดำเนินงานเป็นโบรกเกอร์ฟอเรกซ์จริงๆ ในปี 2548และเป็นผู้บุกเบิกด้านสัญญาไมโครเป็นเจ้าแรกๆ รวมถึงบัญชีเทรดแบบ Sharia-compliantก่อนที่จะสร้างเทคโนโลยีECN bridge ขึ้นเองภายใต้แพลตฟอร์มMetaTrader             ทีม รีวิว FXOpen ได้รวบรวมจุดแข็งและจุดอ่อนของFXOpen จากการศึกษาแบบลงลึกกว่าร้อยชั่วโมงและเป็นเวลายาวนานกว่าครึ่งปี จนได้ข้อสรุปดังนี้ FXOpenก่อตั้งในปี2546 กำกับดูแลโดยสถาบันกำกับดูแลระดับTier-1 เพียง 1 แห่งเท่านั้น ทำให้จัดว่าเป็นโบรกเกอร์ที่มีความเสี่ยงค่อนข้างสูงในการเทรด Forex และ CFD เมื่อเทียบกับโบรกเกอร์ที่เป็นผู้นำด้านต้นทุนในการเทรดแล้วFXOpen ถือว่ามีราคาต้นทุนที่ค่อนข้างสูงและไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนักสำหรับนักลงทุนที่ต้องการส่วนลดค่าธรรมเนียมในการเทรด อย่างไรก็ตามFXOpen ติดอันดับ 1 ใน 10 โบรกเกอร์ที่มีระบบ MetaTrader ดีที่สุด...
ทีม รีวิว FXCL ได้ค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับโบรกเกอร์แห่งนี้และทดสอบเป็นเวลายาวนานกว่าร้อยชั่วโมง พบว่าโบรกเกอร์ FXCL ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี2549 โดยได้เปลี่ยนจากชื่อเดิมคือFX Clearing (ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของFX Clearing Group Holding) แต่ไม่ได้มีการเปลี่ยนเจ้าของแต่อย่างใด โดย FXCLได้จดทะเบียนธุรกิจในสาธารณะรัฐวานูอาตู ซึ่งมีข้อได้เปรียบทางด้านภาษีศูนย์เปอร์เซ็นต์และได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินกิจการโดยกระทรวงเศรษฐกิจและการเงินแห่งสาธารณะรัฐวานูอาตู แต่เนื่องจากโบรกเกอร์แห่งนี้ดำเนินการอยู่ในทวีปที่ห่างไกลนักลงทุนจึงควรต้องตระหนักว่าการควบคุมและกำกับดูแลจะไม่เข้มงวดเท่าโบรกเกอร์ที่จดทะเบียนอยู่ในกลุ่มประเทศและทวีปที่น่าเชื่อถือมากกว่า เช่น อังกฤษ ออสเตรเลีย ไซปรัส ฯลฯ อย่างไรก็ตาม FXCL ได้รับเครดิตในด้านดีอย่างมากในแวดวงการเทรดForex เนื่องจากมีการให้บริการประกันเงินลงทุน(Fund Insurance Program) ที่เริ่มออกสู่ตลาดในปี2560 ภายใต้เงื่อนไขที่เงินลงทุนในพอร์ตทั้งหมดของเทรดเดอร์จะได้รับการประกันความเสี่ยงทั้งหมด โดยนักลงทุนที่ต้องการเข้าร่วมโปรแกรมนี้จะต้องมีเงินลงทุนเริ่มต้นอย่างน้อย 55 ดอลล่าร์ และต้องมีวอลุ่มในการเทรดถึงระดับที่กำหนดเพื่อที่จะได้สิทธิประกันเงินลงทุนครบทั้ง100 เปอร์เซ็นต์ ผลิตภัณฑ์และบริการของFXCL ในทางกฎหมายแล้วจะไม่สามารถเข้าถึงและเทรดได้โดยนักลงทุนที่มีถิ่นฐานอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดาและญี่ปุ่น ซึ่งประเด็นนี้เองทำให้ฐานลูกค้าของ FXCL ถูกจำกัดให้มีขนาดเล็กลงอย่างมีนัยสำคัญ ทีม รีวิว FXCL ได้ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเงื่อนไขการเทรดมาดังต่อไปนี้FXCL ต้องการเงินลงทุนขั้นต่ำในบัญชีเทรดทุกประเภทอย่างน้อย1 ดอลล่าร์ และเมื่อเปรียบเทียบกับโบรกเกอร์มาตรฐานเจ้าอื่น นักลงทุนจำเป็นต้องลงทุนในพอร์ตซื้อขาย Forex อย่างน้อย...
โบรกเกอร์แต่ละแห่งย่อมมีความพิเศษต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับการตัดสินใจรวมถึงการมีข้อมูลและความรู้ของนักลงทุนแต่ละคน สำหรับอีกหนึ่งโบรกเกอร์ที่น่าสนใจพร้อมอยากรีวิวให้ได้รู้จักกันมีชื่อว่า InstaForexถือว่าเป็นอีกโบรกเกอร์ที่กำลังมาแรงและได้รับความนิยมจากบรรดานักลงทุนมากพอสมควรแต่เพื่อให้เข้าใจและมีข้อมูลสำหรับการตัดสินใจมากยิ่งขึ้นการได้ทำความรู้จักพร้อมรีวิวโบรกเกอร์InstaForexจึงถือเป็นเรื่องดี ๆ รับรองว่าจะช่วยให้นักลงทุนทุกคนมีรายละเอียดสำหรับการตัดสินใจมากขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน ลำดับแรกต้องขอพูดถึงจุดเริ่มต้นรีวิวโบรกเกอร์ InstaForexเริ่มต้นกันมาตั้งแต่ปี 2007 แม้พึ่งเริ่มก่อตั้งได้ไม่นานแต่ด้วยความน่าเชื่อถือจึงทำให้นักลงทุนจำนวนมากต่างหลั่งไหลเข้ามาให้ความสนใจจนกลายเป็นตัวเลือกของนักธุรกิจมากกว่า 3 ล้านราย แต่ละวันจะมีผู้ที่เข้ามาเปิดบัญชีกับทาง InstaForexมากกว่า 1 พันราย นั่นแสดงให้เห็นถึงความมั่นคงอีกทั้งทุก ๆ คนที่เข้ามาจะได้รับสิ่งดี ๆ พร้อมโอกาสในการเปิดโลกใหม่ในการเทรดบนตลาดมากด้วยคุณภาพ พร้อมกันนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิคที่พร้อมให้ความช่วยเหลือสำหรับลูกค้าที่มีข้อสงสัยด้วย รีวิวโบรกเกอร์ InstaForexกับจุดเด่นน่าสนใจ ฝาก-ถอนสะดวกสบาย ทำได้หลายช่องทาง สามารถทำได้ผ่านธนาคารของไทย รวมถึงยังฝาก-ถอนผ่านช่องทาง e-currency เช่น Skrill, Perfect Money ฯลฯ ตัวโบรกเกอร์มีความน่าเชื่อถือสูงมากด้วยความที่ระบบมีความมั่นคง มีนักลงทุนจำนวนมากตัดสินใจเลือกลงทุนทำให้มั่นใจได้ว่ามีความคุ้มค่า เห็นกำไรอย่างแน่นอน ระบบการแก้ไขปัญหาของทีมงานมีความรวดเร็ว ให้บริการได้ตลอด 24 ชม. สามารถจัดการปัญหาต่าง ๆ ได้ทันทีจึงทำให้นักลงทุนสบายใจ ลงทุนไปแล้วหากมีปัญหาก็มีคนคอยให้ความช่วยเหลือได้ตลอดเวลา รูปแบบการเทรดมีความหลากหลายมาก ๆ เช่น เทรด Hedging,เทรด Scalpingอีกทั้งยังไม่ค่อยมีปัญหาใด ๆ...
การมองหาโบรกเกอร์ยอดนิยมที่ช่วยให้การเทรดของคุณเป็นเรื่องง่ายคือสิ่งสำคัญและจำเป็นมาก ๆ ด้วยความที่การลงทุนลักษณะนี้ไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ จะตัดสินใจไปลงทุนกันได้เลยแต่ต้องอาศัยความชำนาญของบรรดาโบรกเกอร์ที่จะทำให้นักลงทุนทุกคนได้กำไรอย่างแท้จริงForexTimeคืออีกแห่งที่อยากขอแนะนำให้กับนักลงทุนทั้งหลายได้รู้จักพร้อมทั้งลองตัดสินใจดูว่าเหมาะสมแค่ไหนสำหรับการลงทุนกับโบรกเกอร์แห่งนี้ มาดูรีวิวโบรกเกอร์ ForexTimeที่จะช่วยให้การลงทุนเป็นเรื่องง่ายมากกว่าเดิม ForexTimeคือหนึ่งในโบรกเกอร์ยอดนิยมของนักเทรดที่เริ่มกิจการมาตั้งแต่ปี 2012 ด้วยระบบที่ดีมากจึงทำให้การเติบโตในภูมิภาคเอเชียพุ่งขึ้นสูงชนิดเร็วสุด ๆ ด้วยระยะเวลาที่จัดตั้งขึ้นไม่นานแต่จำนวนเทรดเดอร์มีเยอะกว่า 1 ล้านคน นั่นแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพชั้นดีที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม มีระบบการเทรดที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อนมากเกินไป ผู้ที่ไม่ค่อยมีประสบการณ์มาก่อนก็สามารถทำความเข้าใจได้ไม่ยาก นั่นจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ForexTimeกลายเป็น 1 ในโบรกเกอร์ยอดนิยมที่นักเทรดทั้งหลายมองว่าเมื่อลงทุนไปแล้วจะได้รับผลกำไรคุ้มค่า ไม่ต้องเสียเวลาในการศึกษาเรื่องเหล่านี้นานจนเกินไปนัก แต่รีวิวโบรกเกอร์ ForexTimeยังมีอะไรน่าสนใจอีกหลาย ๆ ด้านที่อยากลองให้ทำความเข้าใจกัน รีวิวโบรกเกอร์ ForexTimeด้านจุดเด่นที่ต้องตัดสินใจเลือกลงทุน มีระบบเว็บเป็นภาษาไทยทำให้เข้าใจได้ง่ายมากขึ้นสำหรับมือใหม่หรือคนที่อาจไม่ได้ถนัดด้านภาษาอังกฤษมากนัก นั่นจึงเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้คนไทยจำนวนไม่น้อยเลือกลงทุนกับที่นี่ ค่าสเปรดถือว่าต่ำมาก ๆ นั่นเท่ากับว่าลงทุนน้อยแต่โอกาสได้กำไรมีเยอะกว่าโบรกเกอร์อื่น ๆ ที่ต้องลงทุนสูงแต่ผลกำไรอาจใกล้เคียงกัน ช่องทางการฝาก-ถอนเงินมีหลากหลายจึงสะดวกสบายต่อผู้ลงทุน เช่น Skrill, Neteller ค่าเลเวอร์เรจของการลงทุนอยู่ที่ 1 : 1,000 ผู้ดูแลบัญชีเป็นคนไทยพร้อมตอบแชท จึงทำให้สอบถามข้อมูลพร้อมได้รับคำตอบที่เข้าใจง่าย ให้บริการได้ตลอด (ในเวลาทำการ) สำหรับคนที่อยากรู้หรือมีข้อสงสัยเรื่องใด ๆ ก็ตามเกี่ยวกับการเทรด ...
ทุกวันนี้การลงทุนเทรดกับบรรดาโบรกเกอร์ต่าง ๆ มีเยอะมาก ไม่ใช่แค่เรื่องของการลงทุนด้านการเงินเท่านั้นแต่ยังต้องมีเรื่องของความน่าเชื่อถือ ความพึงพอใจต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เหตุนี้เองเมื่อต้องมองหารีวิวดี ๆ จึงต้องมีข้อมูลที่ชัดเจน และหากใครสนใจเกี่ยวกับเรื่องราวตรงนี้อยู่จะขอรีวิวโบรกเกอร์ Forex4Youอีก 1 โบรกเกอร์คุณภาพเยี่ยมที่มีกลุ่มลูกค้า นักลงทุน นักธุรกิจต่าง ๆ ให้ความสนใจมากมาย ลองศึกษาข้อมูลต่าง ๆ แล้วจะตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าเลือกใช้บริการดีหรือไม่ สำหรับโบรกเกอร์ Forex4Youนี้เริ่มต้นให้บริการมาตั้งแต่ปี 2007 ถือว่ามาตรฐานในการลงทุนอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ๆ อีกแห่งซึ่งคนไทยจึงให้ความนิยมกันสูงพอสมควร นั่นเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ในประเทศไทยของเรามีสาขา Forex4Youอยู่ถึง 2 แห่ง นั่นคือ อาคาร DP กรุงเทพฯ และภายในโครงการ Fifth Avenue เชียงใหม่ จัดว่าไม่ธรรมดาจริง ๆ สำหรับที่นี่ จากวันที่เริ่มต้นเปิดก็มีการพัฒนาอยู่เรื่อย ๆ กระทั่งมีการเปิดบริการ Share4you สำหรับการก็อปปี้เทรดดิ้ง แบบจัดเต็มบนโลกอินเตอร์เน็ต ส่งผลให้การใช้บริการต่าง ๆ...
นักเทรดเดอร์ทั้งหลายที่เข้าสู่วงการเทรดForexนั้น มีเป็นจำนวนมากในตลาด แต่ใช่ว่าทุกคนจะมีระดับขั้นในการเป็นนักเทรดที่เหมือนกัน หากแต่ยังมีความแตกต่างของระดับการเป็นนักเทรดเดอร์ไว้ให้ไต่ระดับกันอยู่ ซึ่งการเรียนรู้LevalในวงการเทรดForexจะทำให้คุณสามารถแบ่งแยกได้ชัดเจนและสามารถพัฒนาไปได้เรื่อยๆ อย่างมีจุดมุ่งหมายที่ท้าทายนอกเหนือจากแค่ต้องการได้กำไรเพียงอย่างเดียว 1.เทรดเดอร์ - Trader Level.1 -เทรดเดอร์มือใหม่ ไฟแรง ไร้สติ - ส่วนใหญ่เทรดเดอร์ที่อยู่ในระดับขั้นนี้ จะเป็นเทรดเดอร์ที่เพิ่งเริ่มต้นเข้าวงการเทรดในตลาดForexมักจะเป็นเทรดเดอร์มือใหม่ ยังไม่ค่อยมีประสบการณ์ ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากทีเดียวและยังเป็นกลุ่มที่ยังไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับวงการเทรดForexนัก ซึ่งในความคิดมักจะมีแต่ความคาดหวังสูงที่ต้องการเข้ามาลงทุนและหวังจะได้กำไรเป็นกอบเป็นกำได้ในเวลาอันรวดเร็ว ทั้งที่ยังไม่ได้มีการศึกษาวงการลงทุน Forexอย่างถ่องแท้ ทำให้นักเทรดเดอร์ที่อยู่ในระดับขั้นนี้ มีโอกาสที่จะพลาดสูง หรือขาดทุนได้ง่าย มีความอดทนต่ำหวังจะชนะอย่างเดียว การลงทุนจึงมักจะขาดสติ เมื่อเสียมักจะลงทุนเพิ่มเรื่อยๆโดยหวังแค่ว่าตนเองจะเอากำไรกลับคืนมาได้   2.เทรดเดอร์Level.2 -เทรดเดอร์เริ่มศึกษา แต่ไร้ระบบ - เรียกเทรดเดอร์กลุ่มนี้ได้ว่า เป็นนักเทรดเดอร์กลุ่มที่เริ่มมีสติ แต่ไร้ซึ่งระบบการเทรดที่ดี ซึ่งนักเทรดที่อยู่ในระดับนี้อาจจะเคยเป็นนักเทรดที่มาจากระดับแรกมาแล้ว และอาจเคยเจอกับความผิดพลาดมาก่อนซึ่งความผิดพลาดนั้นได้สอนให้เห็นถึงความสำคัญของการศึกษาหาความรู้ นักเทรดเดอร์ระดับนี้จึงมักจะศึกษาหาความรู้จากแหล่งข้อมูลต่างๆเพื่อตามหาระบบที่ดี ที่จะช่วยทำให้ได้ผลกำไรและเหมาะกับตัวเอง จึงมีการทดลองระบบเทรดใหม่ๆอยู่เรื่อยๆ แต่เพราะการไม่อดทนทำให้เปลี่ยนระบบเทรดบ่อยเกินไป แม้ว่าระบบเทรดนั้นจะดีก็ตาม   3.เทรดเดอร์ Level.3 -เทรดเดอร์ ไร้การควบคุมจากสิ่งรอบข้าง- เทรดเดอร์ที่อยู่ในระดับขั้นนี้ จะเป็นเทรดเดอร์ที่สิ่งรอบตัวไม่สามารถก่อกวนได้ เพราะอยู่ในช่วงที่สามารถจับทางของเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในตลาดเทรด Forexได้แล้ว มีความเข้าใจการเทรดมากขึ้น และมีการเรียนรู้จากความผิดพลาดที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี ทำให้การเทรดมีสติ มีความสม่ำเสมอ มีวินัย รวมถึงมีการจัดการทางการเงินที่ดี แม้ว่าผลการเทรดอาจไม่ได้กำไรเสมอไป แต่คนในระดับนี้ก็เข้าใจดีว่า ตลาดการลงทุนมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา...
  การเริ่มต้นทำอะไรซักอย่าง เป็นเรื่องที่ยากเสมอและต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งเพื่อเริ่มต้น แต่เมื่อการเริ่มต้นผ่านพ้นไป แน่นอนว่าความสำเร็จกำลังใกล้เข้ามาแทนที่ ถามว่าทำไมถึงต้องพูดเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะ การที่คุณอยากเทรดForexจนสามารถนำมาทำเป็นอาชีพได้นั้น มีคนจำนวนมากมายเลยที่ต้องการทำแบบนั้น อยู่เฉยๆก็ได้เงินจากการลงทุนเงินจำนวนหนึ่งและได้เงินอีกจำนวนหนึ่งเข้ามาเพิ่ม แต่บอกเลยว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำได้ หรือประสบความสำเร็จ มันเลยเป็นสิ่งที่ยาก ยากตั้งแต่เริ่มต้น และต้องใช้ความสม่ำเสมอในการศึกษา ติดตามข่าวสาร สถานการณ์ต่างๆ เริ่มเห็นรึยัง ว่าการเริ่มต้นการทำอาชีพเทรดForex ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เหล่าคนที่ประสบความสำเร็จนั้น ต่างต้องใช้เวลาและความพยายาม ถ้าคุณอยากเทรดForexเป็นอาชีพ คุณต้องเริ่มจากสิ่งเหล่านี้ 4ทริคเตรียมตัวง่ายๆ ที่ทำยาก แต่ต้องทำ!ถ้าอยากเทรดForexเป็นอาชีพ 1.เตรียมความพร้อมด้านการเงิน/มองหาทรัพย์สินหรือบริการที่ต้องการลงทุนในตลาดForex การจะยึดการเทรดForexเป็นอาชีพนั้น จำเป็นที่จะต้องใช้เงินทุนพอสมควร แม้ว่าการลงทุนเมื่อเริ่มต้นจะไม่จำเป็นที่ต้องมีเงินเป็นถุงเป็นถัง แต่การเข้าสู่ตลาดการเทรดอย่างยั่งยืน ยังไงคุณก็จำเป็นที่ต้องมีเงิน ซึ่งก็ควรเป็นเงินเย็น และเราไม่แนะนำให้คุณใช้เงินร้อนในการลงทุน ไม่งั้นคุณจะขาดสภาพคล่องและจะคาดหวังกับการเทรดมากจนเกินไปได้ หวังว่าคุณจะไม่ลืมว่า “การลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ” เมื่อคุณอยากเริ่มเทรดForexเป็นอาชีพ คุณต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ทรัพย์สินหรือบริการในการลงทุนเทรดForexนั้น ไม่ได้มีแค่เทรดค่าเงินเพียงอย่างเดียว แต่มีหลายชนิดให้ได้ลงทุน เช่น ค่าเงิน,สินค้า,บริการ,เครื่องอุปโภคและบริโภค ซึ่งมีกลุ่มทรัพย์สินและบริการให้ลงทุนมากกว่าในตลาดหุ้นแม้ว่าจะมีการเทรดใกล้เคียงกันก็ตาม ซึ่งการเลือกลงทุนแต่ละชนิดนั้น เราขอแนะนำการเลือกโดยให้คุณอิงจากสิ่งที่คุณสนใจ ชอบ หรือมีความรู้เกี่ยวกับสิ่งนั้น รวมถึงควรเป็นกลุ่มทรัพย์สินหรือบริการที่มีแหล่งข่าวสาร...
การเข้าสู่วงการเทรดในตลอดForex การเรียนรู้คำศัพท์ต่างๆเป็นสิ่งที่เราต้องศึกษาอยู่เสมอ แม้เราจะคิดว่าศึกษามามากแล้ว แต่พอได้เทรดไปเรื่อยๆ ก็ยังคงมีคำศัพท์ใหม่ๆที่เข้ามาให้เราต้องทำความเข้าใจเพิ่มอีกเรื่อยๆนั่นแหละ และBase currency,Quote currencyก็เป็นจำพวกคำศัพท์ที่เราต้องทำความเข้าใจเช่นกัน เพราะคำศัพท์เหล่านี้ ถือว่าเป็นพื้นฐานของการลงทุนในตลาดForexเลยก็ว่าได้ งั้นเรามาเรียนรู้ทีละตัวกันเลยดีกว่า ว่าคืออะไรกันบ้าง เริ่มที่ตัวแรกกันเลย.. Base currency คือ เรียกกันหลายชื่อ“สกุลเงินหลัก”หรือ“ค่าเงินพื้นฐาน” Base currencyถือว่าเป็น สกุลเงินตัวแรกที่จะอยู่ด้านหน้าเสมอ และเป็นสกุลเงินที่ใช้อ้างอิงการซื้อ-ขาย โดยคิดง่ายๆ ค่าสกุลเงินหลัก(Base currency)นี้ จะมีค่าเท่ากับ1เสมอไม่ว่าอยู่กับคู่เงินใดก็ตาม เช่น EUR/USD=1.12คือ 1ยูโรมีค่าเท่ากับ 1.12ดอลลาร์ คู่เงินที่สอง Quote currency หรืออาจเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าCounter currency คือ“สกุลเงินอ้างอิง”เป็นคู่เงินที่สอง ที่อยู่คู่กับสกุลเงินหลัก เช่น EUR/USD=1.12เท่ากับ ค่าเงินอ้างอิง(Quote currency) คือ 1.12นั่นเอง ในขณะที่สกุลเงินหลัก(Base currency) ยังคงมีค่าเท่ากับ1เหมือนเดิม   คู่เงินที่น่าลงทุน ในปี2019 มาดูกันว่า ในปี2019นี้ ค่าสกุลเงินคู่ไหน กำลังมาแรงและเป็นที่นิยมในตลาดForexเพื่อเป็นแนวทางให้คุณเลือกลงทุน และสร้างผลกำไร EUR/USD คู่เงินตัวแรก ที่มีสกุลเงินหลัก(Base currency) อย่างEURคือเงินยูโร คู่กับสกุลเงินอ้างอิง(Quote...