Bollinger Band คืออะไร สิ่งที่นักเทรด Forex ต้องรู้

138

 

Bollinger band คืออะไร สิ่งที่นักเทรด Forex ต้องรู้

การจะเป็นนักเทรด Forex ที่ดีจำเป็นต้องศึกษารายละเอียด ข้อมูลต่าง ๆ อย่างเข้าใจ เพื่อให้นำเอาสิ่งเหล่านี้ไปปรับใช้กับสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้น อย่าลืมว่าการลงทุนไม่ใช่ลงกันฟรี ๆ แต่ต้องมีทุนและปัจจัยต่าง ๆ ของนักลงทุนเข้าไปเกี่ยวข้องเสมอ หนึ่งในสิ่งที่อยากแนะนำให้รู้จักเวลานี้คือ Bollinger band ที่เชื่อว่าหลาย ๆ คนยังมีข้อสงสัยว่าจริง ๆ แล้วนี่คืออะไรกันแน่ โดยเฉพาะบรรดานักเทรดมือใหม่ทั้งหลาย ควรต้องทำความเข้าใจให้มากที่สุด

Bollinger band คืออะไร

Bollinger band หรือจะเรียกย่อ ๆ ว่า BBAND เป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งมีหน้าที่สำหรับวิเคราะห์เทคนิค บอกระดับความผันผวนที่เกิดขึ้นกับราคาในช่วงใดช่วงหนึ่ง เป็นแนวทางสำหรับการวัดเครื่องมือทางการเงิน สินทรัพย์ หรือโภคภัณฑ์อื่น ๆ ตรงนี้จะขึ้นอยู่กับการเลือกนำไปใช้งานของผู้ลงทุนว่าจะใช้อย่างไร สำหรับในการลงทุนฟอเร็กซ์นั้น ส่วนใหญ่มักนิยมใช้งานวิธีนี้เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์หรือสภาพตลาดที่เป็นไซด์เวย์ รวมถึงกรณีที่ตลาดส่งสัญญาณการกลับตัวก็มีผต่อสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน

สำหรับ Bollinger band เกิดขึ้นมาได้อย่างไร

เมื่อพอเข้าใจคร่าว ๆ แล้วว่า Bollinger band คืออะไร คราวนี้ลองมาย้อนการเกิดขึ้นของสิ่งนี้ดูว่ามาจากตรงไหน จุดเริ่มต้นจริง ๆ ของเครื่องมือนี้มาจาก John Bollinger ตั้งแต่ยุคทศวรรษ 1980 สำหรับบรรดาเทรดเดอร์ทั้งหลายจะมีการใช้กราฟจากตรงนี้เป็นเหตุผลหนึ่งสำหรับตัดสินใจ บางคนก็เข้ามาใช้ควบคุมเทรดอัตโนมัติ บ้างก็เอามาศึกษาเป็นข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ทางเทคนิคต่าง ๆ ต่อไป
ความโดดเด่นของ Bollinger band จะมีการแสดงภาพกราฟิก แสดงภาพช่วงที่มีการผันผวนสูงต่ำแบบขั้นสุด โดยแรก ๆ นั้นสิ่งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสูตรให้ง่ายมากขึ้นคล้ายกับการทำ Excel หรือถ้าใครเทรดฟอเร็กซ์แล้วถนัดโปรแกรม MT4 ก็ทำไดเช่นกัน
หลักการง่าย ๆ ของ Bollinger band ต้องมีการกำหนดกรรอบที่ราคาแกว่งไปมาขึ้น (ตรงนี้จำเป็นต้องใช้ประสบการณ์ของคนที่มีความชำนาญพอสมควร) เมื่อสร้างกรอบราคาขึ้นมาได้ก็สังเกตการแกว่งตัวของราคา มันจะอยู่ในกรอบมากน้อยแค่ไหนตรงนี้ความผันผวนจะมีส่วนเกี่ยวข้องมากที่สุด กรณีความผันผวนมีเยอะ band ด้านบนกับล่างจะถ่างออก ส่งผลให้กราฟมีขนาดกว้างขึ้น
อีกปัจจัยสำคัญที่ต้องรู้เอาไว้ก็คือ Bollinger band เป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาจากราคา ด้วยเหตุนี้เมื่อไหร่ที่ราคามีการเคลื่อนไหวจากนั้นก็ระบุว่าเกิดความผันผวน ตรงนี้นักลงทุนเองจะรู้อยู่แล้วว่ามันเกิดความผันผวนขึ้นก่อนหน้า indicator นี้จึงไม่ได้ต่างอะไรกับแบบอื่น ๆ ทั้งนี้การทำ bollinger band จะมีส่วนประกอบของกราฟคือ

  • Upper Band คือ เส้นขอบบน
  • Middle Band คือ เส้นขอบกลาง
  • Lower Band คือ เส้นขอบล่าง

ทำ Bollinger band นักลงทุนจะได้ประโยชน์อะไร

มาถึงตรงนี้คงเป็นข้อสงสัยที่เกิดขึ้นกับนักลงทุนมากมายว่า หากพวกเขาตัดสินใจใช้วิธี Bollinger band ตามที่บอกกล่าวมาพวกเขาจะได้ประโยชน์อะไรจากสิ่งนี้ ไม่ยากอย่างที่คิด นี่คือคำตอบและประโยชน์ที่คุณจะได้รับ

1. สามารถหาแนวรับ – แนวตัน

ของราคาได้ให้เอาส่วนประกอบทั้ง 3 เส้นด้านบนมาแยกออก ก็จะได้รายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้

  • Upper Band คือ เส้นขอบบน มีหน้าที่เป็นแนวต้าน
  • Middle Band คือ เส้นขอบกลาง มีหน้าที่เป็นแนวต้านกับแนวรับ
  • Lower Band คือ เส้นขอบล่าง มีหน้าที่เป็นแนวรับ

2. สามารถหาแนวโน้มของราคาได้จากกราฟเหล่านี้

  • กรณีเป็นแนวโน้มช่วงขาลง ราคามักอยู่บริเวณเส้นขอบล่าง แทบจะไม่เกิดการทะลุขึ้นไปสู่เส้นขอบกลาง บางกรณีทะลุเส้นขอบกลางได้จริง แต่ก็ร่วงหล่นมายังเส้นขอบล่างเหมือนเดิม
  • กรณีเป็นแนวโน้มช่วงขาขึ้น ราคามักอยู่บริเวณเส้นขอบบน แทบจะไม่เกิดการทะลุลงไปสู่เส้นของกลาง บางกรณีทะลุเส้นขอบกลางได้จริง แต่ก็พุ่งกลับขึ้นไปยังเส้นของบนเหมือนเดิม

3. มักใช้ตรวจสอบ Overbought / Oversold

บริเวณ Overbought คือ บริเวณเส้นขอบบน ปกติเมื่อราคามาถึงจุดนี้มักจะโดดกลับไปยังเส้นขอบกลาง จากนั้นก็ขยับขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตามกรณีตลาดช่วงดังกล่าวเป็นไซด์เวย์ ราคาอาจพุ่งลงไปถึงเส้นขอบกลางและทะลุลงไปถึงเส้นขอบล่างได้เลยเหมือนกัน
บริเวณ Oversold คือ บริเวณเส้นขอบล่าง ปกติเมื่อราคามาถึงจุดนี้มักจะโดดขึ้นไปยังเส้นขอบกลาง จากนั้นก็ลดลงกลับไปทีเดิม อย่างไรก็ตามกรณีตลาดช่วงดังกล่าวเป็นไซด์เวย์ ราคาอาจพุ่งขึ้นไปถึงเส้นขอบกลางและทะลุขึ้นไปถึงเส้นขอบบนได้เลยเหมือนกัน

4. ช่วยให้เกิดการทำกำไรได้จริง

สำหรับคนที่เข้าใจเรื่องนี้จะรู้ว่า Bollinger band ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไร จึงสามารถใช้งานร่วมกับ indicator ตัวอื่น ๆ ได้ แต่ทั้งนี้คงต้องศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมกันหน่อย แต่ถ้าใครยังอยากลองใช้แค่ Bollinger band อย่างเดียว ควรวิเคราะห์ตลาดให้ดีว่าสภาวะในช่วงเวลานั้น ๆ เป็นอย่างไร การเคลื่อนไหวเป็นแบบไซด์เวย์ หรือแบบอื่น ๆ ด้วยสภาวะของตลาดเมื่อต่างกันออกไป รูปแบบการวิเคราะห์ก็ย่อมต่างกันด้วย
หวังว่าเรื่องราวของ Bollinger band จะทำให้นักเทรดทุก ๆ คนมีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น นำไปปรับใช้กับการลงทุนของตนเองจนประสบความสำเร็จ มันไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไปหากตัดสินใจอยากเข้ามาอยู่ตรงจุดนี้