Margin Level คืออะไร ทำความเข้าใจให้ถ่องแท้

296

Margin-Levelคืออะไร

Margin Level คืออะไร ทำความเข้าใจให้ถ่องแท้

Margin Level คืออัตราส่วนทางการเงินในรูปแบบร้อยละที่มีพื้นฐานอยู่บนค่า Equityเปรียบเทียบกับ Used Margin มีหน่วยเป็นเปอร์เซ็นต์ ซึ่งการคำนวนค่า Margin Level จะทำให้นักลงทุนสามารถทราบถึงจำนวนเงินมากที่สุดที่นักลงทุนสามารถลงทุนซื้อขายได้ หมายความว่าถ้ามี Margin Level จำนวนมากก็จะมี Free Margin มาก และในทางกลับกันหากมีMargin Level ต่ำก็จะมี Free Margin น้อยด้วย ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ไม่ดีนักและมักจะตามมาด้วย Margin Call หรือStop Outนอกจากนี้

วิธีการคำนวน Margin Level

สามารถทำได้โดยใช้สูตรการคำนวนดังนี้ Margin Level =(Equity / Used Margin) x 100% อย่างไรก็ตามแพลตฟอร์มในการเทรดForexจะมีค่า Margin Level ที่คำนวณและแสดงผลให้อยู่แล้ว ซึ่งในกรณีที่ไม่มีการเปิดสัญญาซื้อขายไว้เลย Margin Level จะเท่ากับศูนย์ ในการซื้อขาย Forex ค่า Margin Level มีความสำคัญมากในแง่ที่โบรกเกอร์จะพิจารณาค่าMargin Level เพื่อยอมให้เทรดเดอร์เปิดสัญญาการซื้อขายได้หรือไม่ โดยปกติแล้วโบรกเกอร์จะกำหนดขีดจำกัดของMargin Level ไม่เท่ากันแต่โดยส่วนใหญ่จะตั้งไว้ที่100 เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายถึงเมื่อ Equity น้อยกว่าหรือเท่ากับUsed Margin คุณจะไม่สามารถเปิดสัญญาซื้อขายใหม่ได้ ดังนั้นเทรดเดอร์จำเป็นจะต้องปิดสัญญาซื้อขายที่มีอยู่เดิมก่อน

ลองดูตัวอย่างเพื่อความเข้าใจมากขึ้น

ยกตัวอย่างเทรดเดอร์มีเงินลงทุนในพอร์ตจำนวน 1,000 ดอลล่าร์สหรัฐฯ ต้องการเปิดสัญญาขาขึ้นที่ 1 Mini Lot และกำหนด Marginที่ 4 เปอร์เซ็นต์ จะต้องใช้ Required Margin เท่าไหร่ในการเปิดสัญญา เนื่องจากเราใช้ดอลล่าร์สหรัฐฯเป็นพื้นฐาน มี Mini Lot ที่ 10,000หน่วย ใช้สูตรในการคำนวน Required Margin = Notional Value x Margin จะได้เท่ากับ 400 = 10,000 x .04 ดังนั้นRequired Margin จะเท่ากับ 400 ดอลล่าร์สหรัฐฯ

หลังจากที่กรอกมูลค่าเทรดแล้ว เนื่องจากยังไม่มีการเปิดสัญญาซื้อขายอื่นและมีสัญญาที่เปิดแล้วเพียงสัญญาเดียว Used Margin จะเท่ากับ Required Margin สมมติว่าราคาเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่นักลงทุนคาดเดาและสัญญาซื้อขายถึงจุดเบรกอีเวนต์ หมายถึง Floating P/L เท่ากับศูนย์ โดยมีสูตรการคำนวน Equityดังนี้ Equity = Account Balance + Floating Profits (หรือ Losses)จะได้ว่า 1,000 = 1,000 + 0 ดังนั้น Equity มีค่าเท่ากับ 1,000 ดอลล่าร์สหรัฐฯ เมื่อนักลงทุนทราบค่าของ Equity แล้วจะสามารถหาค่าMargin Levelได้ดังนี้ 250% = (1,000/400) x 100% เท่ากับ 250 เปอร์เซ็นต์ เมื่อ Margin Level มีค่าน้อยกว่าหรือเท่ากับ 100 เปอร์เซ็นต์ โบรกเกอร์Forex ส่วนใหญ่ จะไม่อนุญาตให้นักลงทุนเปิดสัญญาซื้อขายใหม่ หรือเรียกว่า Margin Call Level หรือขีดจำกัดของ Margin Levelจากตัวอย่างเนื่องจากนักลงทุนมี Margin Level ถึง 250 เปอร์เซ็นต์ทำให้สามารถเปิดสัญญาซื้อขายใหม่ได้

จากที่ได้ทราบแล้วว่าMargin Call Level หมายถึงการที่บัญชีซื้อขายForex มีค่าMargin Level ถึง 100% จะทำให้นักลงทุนสามารถปิดสัญญาซื้อขายได้เท่านั้น แต่ไม่สามารถเปิดสัญญาใหม่ได้ ซึ่งแน่นอนว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นเมื่อ Equityมีค่าเท่ากับ Required Margin (Equity = Required Margin >= 100% Margin Call Level) นักลงทุนส่วนใหญ่มักจะพบเงื่อนไขนี้เมื่อการลงทุนไม่เป็นไปตามแผนและตลาดอยู่ในสภาวะสวนทาง เพื่อยกตัวอย่างให้เห็นภาพ สมมติว่านักลงทุนมีเงินลงทุนในพอร์ต 10,000 ดอลล่าร์สหรัฐฯ และมีค่า Required Margin เท่ากับ 1,000ดอลล่าร์ ถ้าตลาดยังคงวิ่งในด้านตรงข้ามกับการลงทุนเช่น ติดลบ 9,000ดอลล่าร์ ค่าEquity จะเป็น 1,000 เหรียญ (1,000 – 9,000 ดอลล่าร์) ซึ่งเท่ากับ Required Margin (Equity = 10,000 – 9,000 = 1,000 = Required Margin) นั่นคือMargin Level มีค่าเท่ากับ 100 เปอร์เซ็นต์ เมื่อ Margin Level มีค่าถึง 100% นักลงทุนจะไม่สามารถเปิดสัญญาซื้อขายใหม่ได้ ยกเว้นว่าทิศทางตลาดจะเป็นไปในด้านตรงข้ามและค่า Equity มากกว่าRequired Margin คำถามที่น่าสนใจคือ จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าการเคลื่อนตัวของตลาดยังคงไปในทิศทางตรงกันข้ามกับการตัดสินใจลงทุนของเทรดเดอร์ หากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น โบรกเกอร์จะเป็นผู้ปิดสัญญาซื้อขายที่ขาดทุน ซึ่งขีดจำกัดการขาดทุนนั้นแต่ละโบรกเกอร์จะกำหนดไว้ไม่เท่ากัน โดยจะเรียกว่า Stop Out Level

Stop out Level อธิบายได้โดยยกตัวอย่าง สมมติว่า ค่าStop Out Level ตั้งไว้ที่ 5เปอร์เซ็นต์โดยโบรกเกอร์ ระบบจะเริ่มจากการปิดสัญญาซื้อขายที่ขาดทุนโดยอัตโนมัติ ถ้า Margin Level มีค่าถึง 5 เปอร์เซ็นต์ โดยจะเริ่มจากการจำกัดการขาดทุนในสัญญาที่มีจำนวนมากก่อน โดยปกติแล้วการปิดสัญญาซื้อขายจะทำให้ Margin Level กลับมามากกว่า5 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากจะเป็นการปล่อยเงินลงทุนที่เป็น Required Margin ออกไป และทำให้ Used Margin กลับมาต่ำและจะทำให้Margin Level สูงขึ้น

อย่างไรก็ตามถ้าสัญญาซื้อขายForexของนักลงทุนยังคงขาดทุนและทำให้ Margin Level กลับลงไปที่5 เปอร์เซ็นต์อีกครั้ง ระบบของโบรกเกอร์ก็จำเป็นต้องปิดสัญญาซื้อขายที่กำลังขาดทุนนั้น ซึ่งสาเหตุที่โบรกเกอร์ปิดสัญญาซื้อขายเมื่อ Margin Level ถึงจุดStop Out เนื่องจากโบรกเกอร์ไม่อนุญาตให้นักลงทุนทำการซื้อขายเกิดจากจำนวนเงินลงทุนที่มีอยู่จริงในบัญชีซื้อขาย (Portfolio) ในกรณีนี้ถือเป็นการจำกัดความเสี่ยงของโบรกเกอร์และนักลงทุนเองด้วย เนื่องจากหากเทรดเดอร์ลงทุนผิดพลาดโบรกเกอร์ไม่สามารถรองรับความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากการขาดทุนได้