โบรกเกอร์ คืออะไร? เรื่องสำคัญที่เทรดเดอร์หน้าใหม่ต้องรู้

230

โบรกเกอร์ คือ

โบรกเกอร์ คืออะไร? เรื่องสำคัญที่เทรดเดอร์หน้าใหม่ต้องรู้

เชื่อเหลือเกินว่าเหล่านักลงทุนหน้าใหม่ที่สนใจจะเข้ามาเป็นเทรดเดอร์ลงทุน Forex นั้นจะต้องเคยสงสัยกันบ้างล่ะว่า “โบรกเกอร์” นั้นคืออะไร ทำไมเวลาจะลงทุนเกี่ยวกับ Forex ถึงมีคำว่า “โบรกเกอร์” มาเกี่ยวข้องอยู่เสมอ งานนี้ใครที่กำลังสงสัยว่าแท้จริงแล้วโบรกเกอร์คืออะไร วันนี้เราหาคำตอบมาให้คุณแล้ว !

ตอบคำถามที่หลายคนสงสัย โบรกเกอร์ คืออะไรในตลาด Forex

โบรกเกอร์ คือ บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ โดยบริษัทเหล่านั้นจะผ่านการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ และเข้าเป็น “บริษัทสมาชิก” ของตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นั่นจึงทำให้โบรกเกอร์สามารถส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์เข้าสู่ระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้โดยตรง

จริงอยู่ที่โบรกเกอร์นั้นทำหน้าที่คล้ายกับคนกลางระหว่างการซื้อขาย การลงทุนของคุณ แต่หน้าที่สำคัญของโบรกเกอร์ไม่ใช่แค่การเป็นคนกลางในการซื้อขายหลักทรัพย์เท่านั้นนะ เพราะโบรกเกอร์จะต้องรับผิดชอบและให้บริการแก่ลูกค้าอยู่ตลอดเวลาด้วย ตั้งแต่ขั้นตอนการเปิดบัญชีไปจนถึงขั้นตอนการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ นอกจากนี้โบรกเกอร์เองก็ต้องให้คำแนะนำ แก้ไขปัญหาหากลูกค้าเจออุปสรรคในการลงทุนอีกด้วย

อย่างไรก็ดี แม้ว่าโบรกเกอร์ Forex จะช่วยอำนวยความสะดวกในการลงทุน แต่เนื่องจากในปัจจุบันตลาด Forex ยังไม่มีกฏหมายรองรับในประเทศไทยจึงเป็นสาเหตุทำให้ไม่สามารถก่อตั้งบริษัทในประเทศไทยได้ โดยโบรกเกอร์ Forex สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้

1. โบรกเกอร์ Forex  ประเภท Dealing Desk (DD)

สำหรับโบรกเกอร์ประเภทนี้มีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า “ผู้ทำให้ตลาดเกิดสภาพคล่องแบบผ่านเคาน์เตอร์จัดการ

โบรกเกอร์” โดยโบรกเกอร์ประเภทนี้จะมีหน้าที่สำคัญในการเป็นผู้ทำให้ตลาดเกิดสภาพคล่อง ในตลาดฟอเร็กซ์เรียกว่าเป็น Market Maker ซึ่งในตลาดสกุลเงินต่างประเทศ Dealing Desk คือ ตัวแทนจำหน่าย forex ของธนาคารหรือสถาบันการเงินทำให้ตลาดฟอเร็กซ์เปิดทำการตลอดเวลา

ดังนั้นโบรกเกอร์แบบ Dealing Desk จึงสามารถพบได้จากตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เช่น ธนาคารและบริษัทการเงิน โดย Dealing Desk นั้นไม่ได้จำกัดเพียงแค่ในฟอเร็กซ์เท่านั้น แต่พวกเขายังดำเนินการในสินทรัพย์ทางการเงินอย่างตราสาร, ETFs, Options และ สินค้าโภคภัณฑ์อีกด้วย

2. โบรกเกอร์ Forex ประเภท No Dealing Desks (NDD)

สำหรับโบรกเกอร์ประเภทนี้มีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่ไม่ผ่านเคาน์เตอร์จัดการ โดยโบรกเกอร์ประเภทนี้มีความพิเศษอยู่ตรงที่สามารถจัดการการเข้าถึงอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างธนาคารแบบไม่มีการกรองได้ เรียกได้ว่าเป็นโบรกเกอร์ที่มีการทำงานตรงกันข้ามของ Dealing Desk เลยก็ว่าได้ โดยโบรกเกอร์ประเภทนี้สามารถแบ่งออกได้เพิ่มเติมอีก ดังนี้

  • โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ STP (Broker Straight Through Processing)

เป็นโบรกเกอร์ที่เมื่อได้รับการสั่งซื้อของลูกค้าจะส่งคำสั่งซื้อโดยตรงไปยังผู้ให้บริการสภาพคล่อง เช่น ธนาคาร, กองทุนป้องกันความเสี่ยง และ บริษัทการลงทุน โดยที่ไม่มีคนกลางเข้ามาเกี่ยวข้อง

  • โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ ECN

ผู้เชี่ยวชาญทางการเงิน forex ที่ใช้เครือข่ายการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ECN เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงตลาดสกุลเงินได้โดยตรง โดยโบรกเกอร์ ECN จะรวมใบเสนอราคาจากผู้เข้าร่วมในตลาดหลายแห่ง  ทำให้สามารถทำราคา bid/ask ให้แคบขึ้นกับลูกค้าได้

เลือกโบรกเกอร์อย่างไรให้ใช้งานได้อย่างมั่นใจ

หลังจากที่เราได้พูดคุยกันว่าโบรกเกอร์คืออะไรกันไปแล้ว ก็มาสู่ขั้นตอนการเลือกโบรกเกอร์ Forex กันหน่อยว่าต้องใช้วิธีอะไรในการเลือกโบรกเกอร์ให้ใช้งานได้อย่างมั่นใจ งานนี้ใครที่กำลังสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ เลื่อนลงไปอ่านได้ที่ด้านล่างนี้เลย !

1. หน่วยงานที่รับการกำกับดูแล

สำหรับเกณฑ์ข้อที่ 1 นี้เป็นอะไรที่สำคัญอย่างมาก โดยคุณควรเลือกโบรกเกอร์ที่อยู่ภายใต้หน่วยงานที่รับการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด อาทิ FCA, ASIC และ NFA จะปลอดภัยที่สุด เพราะหน่วยงานดังกล่าวนี้มีการตรวจสอบและการดูแลอย่างเข้มงวด คุณจึงมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยของข้อมูลและเงินทุนที่ใช้ในการเทรด

2. ค่าใช้จ่ายในการเทรด

นี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน โดยก่อนทำการเทรดทุกครั้งคุณควรวางแผนเงินทุนของตนเองและแบ่งออกมาเฉพาะส่วนเพื่อทำการเทรด อย่าลืมว่าคุณยังใหม่ในวงการเทรดเดอร์ Forex จะดีกว่าไหมหากคุณวางแผนค่าใช้จ่ายในการเทรดเพื่อป้องกันการเสียทรัพย์เพิ่มเติมโดยไม่จำเป็น

3. ระบบการฝากเงินและถอนเงิน

ไม่ใช่แค่ความเร็วในการฝากเงินเท่านั้นที่ต้องรวดเร็ว ความเร็วในการถอนเงินเองก็ต้องรวดเร็วด้วยเช่นกัน ดังนั้นระบบการฝากและถอนเงินของโบรกเกอร์ forex จึงต้องเปี่ยมไปด้วยคุณภาพและความรวดเร็ว อีกทั้งต้องรองรับธนาคารของนักเทรดในการจะอำนวยความสะดวกให้แก่นักเทรดเพื่อให้การเทรดประสบความสำเร็จและเป็นไปได้ด้วยดี

4. มีบัญชีเทรดทดลอง

การเทรดนั้นนอกจากต้องมีความรู้แล้วยังต้องมีประสบการณ์การเทรดด้วย จะดีกว่าไหมหากคุณมีบัญชีเทรดทดลองเพื่อฝึกฝนอย่างแม่นยำก่อนการตัดสินใจเทรดด้วยบัญชีจริง

และนี่ก็คือสาระดี ๆ ที่เรานำมาฝากคุณในวันนี้ หวังว่าหลังจากที่อ่านบทความนี้จบ คุณจะนำไปปรับใช้กับการเทรดในชีวิตจริงได้นะ อย่าเห็นว่าการเลือกโบรกเกอร์นั้นไม่สำคัญ เพราะถ้าคุณเลือกผิด เราบอกเลยว่าชีวิตคุณเปลี่ยนแน่นอน!