แปลงบิทคอยน์ สกุลเงินที่เกิดขึ้น เมื่อโลกเข้าสู่ยุคดิจิตอล

18

แปลงบิทคอยน์

แปลงบิทคอยน์ สกุลเงินที่เกิดขึ้น เมื่อโลกเข้าสู่ยุคดิจิตอล

Bitcoin หรือ บิทคอยน์คือวงสกุลใหม่ที่เกิดขึ้นเมื่อโลกเข้าสู่ยุคดิจิตอล เป็นรูปแบบของเงินทางเลือกที่นักลงทุนหลายคนเลือกใช้เพื่อเพิ่มรายได้ โดยถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกตั้งแต่ปี 2009เป็นต้นมา โดยโปรแกรมเมอร์ปริศนาที่ใช้นามแฝงว่า Satoshi Nakamotoซึ่งคาดว่าเป็นชาวญี่ปุ่น และถือเป็นสกุลเงินดิจิตอลแรกที่ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลก ใช้ชื่อย่อของสกุลเงินว่า BTC และมีการใช้เครือข่ายBlockchain มาใช้ควบคุมอัตราการซื้อขาย ซึ่งเป็นเทคโลยีควบคุมข้อมูลขนาดใหญ่ที่ช่วยให้สามารถรวบรวมข้อมูลจากผู้ใช้งานได้ครอบคลุมเกือบทุกประเทศ ทำให้ Bitcoin กลายเป็นค่าเงินที่มีอิสระ ไม่ถูกผูกมัดโดยเงินสกุลของประเทศใด ๆ ในโลก ทั้งยังช่วยให้การซื้อขาย มีความปลอดภัยเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย

ในปัจจุบันแม้ว่าจะเกิดสกุลเงินดิจิตอลอื่น ๆ ขึ้นมามากมายกว่า 1700 สกุลเงิน แต่ Bitcoinก็ยังคงเป็นสกุลเงินดิจิตอลที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด และมีมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุดอีกด้วย เป็นสกุลเงินดิจิตอลที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ให้การรับรองว่าสามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาทไทยได้ เพราะมีความน่าเชื่อถือ มีสภาพคล่องในการซื้อขายที่ดี และได้รับความนิยมแพร่หลาย แต่การจะ แปลงบิทคอยน์เป็นเงินบาทไทยนั้นมีหลักการและข้อควรรู้ตามรายละเอียดดังนี้

  1. วิธีการเป็นเจ้าของBitcoinโดยทั่วไปมีวิธีการเป็นเจ้าของBitcoin อยู่ 3วิธี ได้แก่

  • การซื้อ

    ถือเป็นวิธีพื้นฐานในการเป็นเจ้าของ Bitcoinที่ได้รับความนิยมและแพร่หลายมากที่สุด โดยจะต้องกระทำผ่าน Plate form ในการซื้อขาย เริ่มจากการสร้างบัญชีเพื่อใช้เก็บ Bitcoinของนักลงทุนเอาไว้เสียก่อน จากนั้นจึงดำเนินการซื้อตามอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินในขณะนั้น แต่การสร้างบัญชีแต่ละครั้งจะต้องมีระยะเวลาเพื่อรอการอนุมัติดังนั้นจึงควรเตรียมข้อมูลต่าง ๆ ให้พร้อมเพื่อความรวดเร็ว และในกรณีของนักลงทุนที่พึ่งเปิดบัญชีใหม่ ๆ อาจพบข้อจำกัดในการซื้อขายในระยะแรก ๆ จนกว่าจะมียอดเงินสะสมครบตามจำนวนที่แพลทฟอร์มกำหนด หรือมีจำนวนการเข้าใช้งานครบตามจำนวนครั้งที่กำหนดเสียก่อน นอกจากนี้ในการใช้บริการแต่ละครั้งจะมีค่าคอมมิชชั่นที่จะต้องรับผิดชอบด้วย ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะต้องนำมาคิดเป็นต้นทุนทุกครั้งที่นำ Bitcoinมาเพิ่มรายได้

  • การเทรด

    คือการเป็นเจ้าของ Bitcoinผ่านสัญญาส่วนต่าง ๆ การซื้อขาย Bitcoinในลักษณะนี้จะเป็นการซื้อขายผ่านตัวแทน โดยที่นักลงทุนไม่ต้องเปิดบัญชีเพื่อเก็บ Bitcoinเอาไว้ จึงสะดวกและรวดเร็วกว่ามาก เพียงยื่นเรื่องผ่านตัวแทนในระบบออนไลน์ กรอกแบบฟอร์มพร้อมส่งเอกสารตามที่ตัวแทนต้องการ ซึ่งเมื่อรายละเอียดต่าง ๆ ได้รับการตรวจสอบแล้วก็สามารถเริ่มการเทรด Bitcoinได้เลย ซึ่งนอกจากความรวดเร็วที่ได้รับแล้ว นักลงทุนยังไม่จำเป็นต้องเสียภาษีจากผลกำไรที่ได้จากการซื้อขาย ในลักษณะนี้ และยังไม่มีค่าคอมมิชชั่นอีกด้วย แต่เนื่องจากนักลงทุนไม่มีบัญชี Bitcoinเป็นของตนเอง จึงอาจมีความสามารถในการควบคุมการลงทุนได้น้อยลง

  • การขุด

    เป็นอีกวิธีหนึ่งในการเป็นเจ้าของ Bitcoinที่ถูกควบคุมโดย Blockchain ถือเป็นรูปแบบแรก ๆ ที่ใช้ในการครอบครอง Bitcoinซึ่งการจะขุด Bitcoinในปัจจุบันจำเป็นต้องอาศัยอุปกรณ์ไอทีประสิทธิภาพสูง เพื่อการประมวลผลและหาหนทางขุด Bitcoinมาเป็นของตนเอง และยังมีคู่แข่งรออยู่เป็นจำนวนมาก การทำงานของ Blockchain จึงจะมีการจำกัดจำนวน Bitcoinที่จะสามารถขุดได้ในแต่ละครั้งเอาไว้ จึงอาจต้องใช้เวลานานกว่าจะได้ แม้ว่าจะเป็นวิธีการเป็นเจ้าของ Bitcoinที่ใช้ค่าใช้จ่ายน้อยที่สุดก็ตาม และยังอาจมีภัยแอบแฝงจากการใชบอทมาขโมยข้อมูล Bitcoinของนักลงทุนอีกด้วย

  1. หน่วยย่อยของBitcoin

    เนื่องจากBitcoinนั้นทำหน้าที่เหมือนสกุลเงินแบทั่วไป จึงมีหน่วยเงินย่อยต่าง ๆ โดยหน่วยใหญ่ที่สุดคือ 1 Bitcoin หรือBTCจากนั้นจะเป็นหน่วยที่เรียกว่า MilliBitcoin หรือ mBTC มีค่าเท่ากับ 001 Bitcoin จากนั้นคือ microBitcoin หรือ μBTC มีค่าเท่ากับ 0.000001Bitcoinและมีหน่วยที่เล็กที่สุดตั้งตามผู้ให้กำเนิด Bitcoinนั้นก็คือ Satoshi ซึ่งมีค่าเท่ากับ0.00000001 Bitcoin ดังนั้นก่อนการซื้อขาย Bitcoinในแต่ละครั้งควรพิจารณาหน่วยของสกุลเงินนี้ให้ดีเสียก่อน หากมีเงินทุนน้อยก็สามารถเลือกลงทุนหน่วยเล็ก ๆ อย่าง Satoshiก่อนได้

  2. การแปลงBitcoinเป็นสกุลเงินต่าง ๆ

    เนื่องจากสกุลเงินดิจิตอลเป็นสกุลเงินทางเลือกที่ไม่ถูกควบคุมโดยสถาบันกลาง หรือรัฐบาลของประเทศใด ๆ เลย จึงสามารถแปลงเป็นสกุลเงินต่าง ๆ ได้มากว่า 58 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย อัตราการแปลงเงินอาจขึ้นอยู่กับกลไกทากงารตลาดในเวลานั้น ๆ ซึ่งในปี 2017 มูลค่าของ Bitcoinเคยพุ่งทะยานเป็นประวัติการณ์เนื่องจากมีกลุ่มแฮกเกอร์ใช้ Bitcoinมาเป็นตัวเรียกค่าไถ่ในกรณีที่มีการแฮกข้อมูลสำคัญ ๆ ของบริษัทหรือองค์กรต่าง ๆ ไป โดยในช่วงเวลาดังกล่าวสกุลเงินดิจิตอลนี้มีมูลค่าราว 18,900USD ต่อ 1 BTC เลยทีเดียว หรือคิดเป็นเงินบาทไทยได้ 600,000 บาท แต่ในปัจจุบันอัตราการแลกเปลี่ยน Bitcoinค่อนข้างมีความผันผวนที่สูง โดยในปี 2018 สกุลเงินนี้เคยตกลงมาอยู่ที่ 6,466 USDหรือคิดเงินไทยได้ 207,000 บาท ต่อ 1 BTC และได้มีนักวิเคราะห์ประเมินว่าสกุลเงินนี้มีภาวะเสี่ยงของการเกิดฟองสบู่แตก และอาจผันผวนได้ถึง 5% ต่อวัน ซึ่งนับว่าสูงมากหากเทียบเป็นสกุลเงินแบบทั่วไป ซึ่งนักลงทุนสามารถติดตามค่าเงินของ Bitcoinได้ตามเว็บไซด์ต่าง ๆ ที่ให้บริการอยู่

อย่างไรก็ตามเมื่อหน่วยงานของรัฐอย่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต.ให้การรับรองให้สกุลเงินนี้ถูกต้องตามกฎหมายไทย นักลงทุนจึงสามารถลงทุนได้อย่างสบายใจ แต่ก็ควรศึกษาความเสี่ยงและติดตามความผันผวนของค่าเงินให้ดีอีกด้วย