เริ่มต้นเล่นหุ้น ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

216

เริ่มต้นเล่นหุ้น

เริ่มต้นเล่นหุ้น ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

เชื่อเหลือเกินกับคำกล่าวที่ว่า “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” นั้นไม่ได้กล่าวเกินจริง เพราะไม่ว่าคุณจะอยู่ในสถานการณ์ไหนการรู้ข้อมูลบางส่วน หรือข้อมูลทั้งหมดก็เป็นสิ่งที่สำคัญเสมอ ไม่เว้นแม้กระทั่งการลงทุนอย่างการเริ่มต้นเล่นหุ้น งานนี้ใครที่คิดจะเริ่มเล่นหุ้นแต่ยังไม่ทราบว่าตนเองจะต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง วันนี้เราหาคำตอบมาให้คุณแล้ว กับบทความ “เริ่มต้นเล่นหุ้นทั้งที ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ?”

ทำความรู้จัก “หุ้น” ก่อนเริ่มต้นเล่นหุ้นอย่างจริงจัง

หุ้น คือ ตราสารที่กิจการหรือบริษัทเจ้าของหุ้นออกให้แก่ผู้ถือหรือผู้ที่ซื้อหุ้นเพื่อนำไปใช้ในการระดมเงินทุนนั่นเอง โดยผู้ที่ถือหุ้นนั้นก็จะมีสิทธิเป็นเจ้าของกิจการด้วยเช่นกัน นั่นจึงทำให้พวกเขามีสิทธิที่จะรับผลตอบแทนเป็นหุ้นเพิ่ม หรือเป็นเงินปันผลเพิ่มขึ้นอยู่กับผลกำไรและการตกลงกัน ซึ่งหุ้นนั้นสามารถแบ่งออกมาได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้

1. หุ้นสามัญ

คือ ตราสารที่ออกโดยบริษัทมหาชนจำกัดที่ต้องการระดมเงินทุนจากประชาชน โดยผู้ที่ถือหุ้นประเภทนี้อยู่จะมีสิทธิร่วมเป็นเจ้าของบริษัท ทำให้สามารถออกเสียงลงมติในการประชุมผู้ถือหุ้นตามสัดส่วนของหุ้นที่ถือครองอยู่ได้ และเมื่อบริษัทมีการจ่ายเงินปันผล ผู้ที่หุ้นประเภทนี้อยู่ก็จะมีสิทธิได้รับเงินปันผลนี้ด้วยเช่นกัน

2. หุ้นบุริมสิทธิ

คือ ตราสารผู้ถือหุ้นมีสิทธิร่วมเป็นเจ้าของบริษัทเช่นเดียวกันกับหุ้นสามัญ แตกต่างตรงที่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงมติในการประชุมผู้ถือหุ้นตามสัดส่วนของหุ้นที่ถือครองอยู่ได้ แต่เมื่อมีการจ่ายเงินปันผลก็จะได้รับด้วยเช่นกัน แต่หุ้นประเภทนี้มีความพิเศษที่มากกว่านั้นก็คือ หากบริษัทเลิกกิจการผู้ถือหุ้นจะได้รับเงินทุนคืนก่อนผู้ถือหุ้นสามัญ

ตอบคำถามที่หลายคนสงสัย เริ่มต้นเล่นหุ้นทั้งที ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

หลังจากที่เราพูดถึงเกี่ยวกับหุ้นกันไปแล้ว ก็มาสู่หัวใจสำคัญของบทความนี้กันบ้าง กับ 3 ข้อที่นักลงทุนหน้าใหม่ควรรู้ก่อนเริ่มต้นเล่นหุ้นนั่นเอง งานนี้จะมีอะไรบ้างที่ต้องทราบก่อนจะเล่นหุ้น เราหาคำตอบมาให้คุณแล้ว !

1. เตรียมเงินลงทุนให้พร้อม

ก่อนที่จะเริ่มเล่นหุ้นนั้นสิ่งแรกที่ขาดไม่ได้เลยก็คือการเตรียมความพร้อมเรื่องเงินลงทุนให้กับตนเอง อย่าลืมว่าทุกการลงทุนนั้นมีขึ้น มีลง และในหุ้นบางตัวเองก็มีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องอดใจรอคอยเอาไว้ จะดีกว่าไหมหากคุณมีเงินลงทุนที่สามารถลงทุนแล้วใช้เวลารอคอยมันนาน ๆ ได้

2. ศึกษาแหล่งข้อมูล

นอกจากการเตรียมเงินลงทุนที่เป็นเงินเย็นให้พร้อมแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันเลยก็คือการศึกษาแหล่งความรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับหุ้นให้ดี โดยคุณจะต้องติดตามผลการดำเนินงานของบริษัท, ดูงบการเงิน และ ดูแนวโน้มการเติบโตของบริษัทนั้น ๆ ด้วย หากคุณเห็นว่าราคาหุ้นนั้นต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงมาก ๆ และในอนาคตหุ้นบริษัทนี้มีแนวโน้มว่าจะกลับมาเติบโตดังเดิม เราขอแนะนำให้คุณซื้อเก็บไว้เพื่อลงทุนหุ้นแบบ VI ซึ่งเป็นการลงทุนแบบเน้นคุณค่า (Value Investor)

โดยการลงทุนประเภทนี้ต้องใช้เวลานานผู้ที่จะลงทุนแบบนี้ได้จึงต้องมีสถานการณ์การเงินที่ดี มีการแบ่งแยกระหว่างเงินร้อน เงินเย็นได้อย่างชัดเจน ไม่ใช่ลงทุนแบบ VI ไป แต่ถึงเวลาดันมีเรื่องด่วน เรื่องร้อนให้ต้องใช้เงิน สุดท้ายก็ต้องขายหุ้นก่อนเวลาอันสมควร ทำให้แทนที่จะได้กำไรอาจจะกลายเป็นเท่าทุนหรือขาดทุนเลยก็เป็นได้

3. ใช้เครื่องมือสำหรับการวิเคราะห์ได้

สำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิค(Technical Analysis) นั้นแน่นอนว่าคุณจะต้องอ่านกราฟเป็น ใช้อินดิเคเตอร์ได้ เข้าใจแนวโน้มของราคา (Trends) เข้าใจรูปแบบของราคา (Patterns) เพื่อที่คุณจะได้ตัดสินใจในการซื้อขายให้ถูกจังหวะ โดยนักลงทุนระดับโลกที่ใช้แนวทางนี้ก็ได้แก่ George Soros, Jesse L. Livermore และ Ed Seykota เป็นต้น

และนี่ก็คือ 3 หัวใจสำคัญที่เรานำมาฝากคุณผู้อ่านกันในวันนี้ หลังจากที่อ่านบทความนี้จบ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อทุกคนมีความรู้ มีเงินลงทุนพร้อม และสามารถใช้เครื่องมือการวิเคราะห์ได้แล้ว สถานีถัดไปก็เริ่มต้นเล่นหุ้นกันได้เลย ขณะที่กำลังลงทุนก็อย่าลืมท่องเอาไว้ให้ขึ้นใจอยู่เสมอด้วยว่า “ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน”