เทรดเดอร์ Forex สายเทคนิคคอล น่าสนใจอย่างไรสำหรับมือใหม่

691

เทรดเดอร์Forexสายเทคนิคคอล

เทรดเดอร์ Forex สายเทคนิคคอล น่าสนใจอย่างไรสำหรับมือใหม่

ใครที่เพิ่งเริ่มต้นเข้าสู่วงการของการเทรด บนตลาด Forex คงจะเคยได้ยินมาบ้างว่า การเทรด Forex นั้นมี มากมายหลายรูปแบบและหลากหลายวิธี ซึ่งแม้ว่าวันนี้จะยังคงเป็นมือใหม่ แต่หากศึกษาและทำความเข้าใจให้ดีแล้ว เชื่อเลยว่าในอนาคตย่อมต้องกลายเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพ และมีแนวทางในการเทรดเป็นของตัวเองอย่างแน่นอน

หนึ่งในสายเทรดที่ได้รับความนิยม และเป็นที่น่าสนใจของเทรดเดอร์มือใหม่ก็คือ เทรดเดอร์ Forex สายเทคนิคคอล ซึ่งเป็นสายที่เรียกได้ว่ามีการทำความเข้าใจในตลาดForex มาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการวิเคราะห์ การวางแผนเข้า และออก รวมทั้งการยื้อเวลาในพอร์ตให้ยาวนานแบบขาดทุนน้อยที่สุด หรือทำกำไรได้มากที่สุดในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งการที่จะเป็นเทรดเดอร์ สายเทคนิคคอลนั้นก็มีหลักที่ต้องให้ความสำคัญอยู่ด้วยกัน 5 ข้อด้วยกัน คือ

1.ระเบียบวินัยในการลงทุน

สำหรับข้อนี้ ต้องบอกเลยว่าจริงๆ แล้วไม่ใช่ว่าต้องเป็น เทรดเดอร์ Forex สายเทคนิคคอล เพียงอย่างเดียวที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะในเรื่องของระเบียบวินัยนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญต่อนักเทรดทุกสาย และทุกสไตล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าเป็น เทรดเดอร์สายเทคนิคคอล ยิ่งต้องมีระเบียบวินัยเลยทีเดียว เพราะการซื้อเวลาที่อยากซื้อ และขายในเวลาที่อยากขาย กรณีแบบนี้จะเรียกตัวเองว่าเป็นสายเทคนิคคอลไม่ได้เลย เพราะลักษณะการซื้อขายเช่นนี้ แทบจะไม่ได้ต่างกับการเป็น นักเสี่ยงโชคหรือนักพนันเลยก็ว่าได้

โดยนักเทรดสายเทคนิคคอลส่วนใหญ่แล้ว จะให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์กันเป็นหลัก ซึ่งก็จะนำเอาหลักคณิตศาสตร์มาใช้ร่วมในการวิเคราะห์เส้นกราฟด้วย โดยเครื่องมือหลักในการวิเคราะห์ก็คือ Indicator เพราะสายเทคนิคคอลจะทราบกันดีว่า มันให้ความแม่นยำ และให้ผลลัพธ์จากการคำนวณเป็นที่น่าพอใจได้ค่อนข้างมากนั่นเอง

2.Stop loss คือสิ่งสำคัญ

อีกสิ่งหนึ่งที่เหล่า เทรดเดอร์ Forex สายเทคนิคคอล นั้นต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กันก็คือ การใช้ Stop loss บนพอร์ต นั่นเอง เพราะการวาง Stop loss เอาไว้ ก็เหมือนกับการป้องกันพอร์ตตัวเองให้ห่างไกลจากคำว่า ขาดทุน หรือ โดนล้างพอร์ต นั่นเอง เนื่องจากว่าในตลาด Forex เป็นตลาดที่กราฟขึ้นลงได้ในทุกนาที แถมยังมีความต่างกันได้อย่างรวดเร็ว เช่น หนึ่งนาทีก่อนหน้านี้ ยังทำกำไรได้มหาศาล แต่ผ่านไปอีกหนึ่งนาที คุณกลับกลายเป็นขาดทุนย่อยยับ จนแทบจะล้างพอร์ตเลยก็ว่าได้

ฉะนั้นแล้ว การให้ความสำคัญกับตัว Stop loss จึงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ชาวเทคนิคคอลต้องใช้กัน และแม้ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ ก็ไม่ต้องกลัวว่าการวาง Stop loss จะทำให้คุณดูไม่เป็นมืออาชีพ เพราะในระดับมืออาชีพที่เทรด Forex เป็นกิจวัตรประจำวันก็ล้วนแต่ใช้Stop loss ด้วยกันทั้งนั้น

3.ฝึกฝนและเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ อยู่เสมอ

ในตลาด Forexไม่มีใครที่เก่งได้อย่างยั่งยืนด้วยการใช้เทคนิคในการเทรดเพียงเทคนิคเดียว ด้วยสภาพความผันผวนที่เกิดขึ้นในตลาด ทำให้บางครั้งเทคนิคที่เตรียมไว้ ต้องทำการเปลี่ยนแปลง หรือพลิกแพลงกลยุทธ์กันบ้าง ซึ่งการที่จะเป็น เทรดเดอร์ Forexสายเทคนิคคอล ที่ดีได้ ก็ต้องมีการฝึกฝน และซ้อมมืออยู่เสมอ โดยอาจจะหาเวลาว่างในการ ซ้อมเทรดบนบัญชีทดลองดูก่อน เพื่อหาเทคนิคใหม่ๆ หรืออาจจะหาความรู้เพิ่มเติมจากมืออาชีพ ที่มีการสอนบนสื่อออนไลน์ ก็เป็นอีกวิธีที่จะช่วยให้นักเทรดมือใหม่ เข้าใกล้ความเป็น เทรดเดอร์สายเทคนิคคอล ระดับมืออาชีพได้ง่ายยิ่งขึ้น

4.กำไรมากหรือน้อยก็คือกำไร

ข้อนี้ก็เป็นอีกข้อหนึ่ง ที่ไม่เพียงแค่ เทรดเดอร์ Forex สายเทคนิคคอล เท่านั้น ที่จะต้องให้ความสำคัญ เพราะในทุกๆ สายของนักเทรด Forex ก็ต้องให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน เพราะการปกป้องกำไรไม่ว่าจะเพียงเล็กน้อย แต่มันก็คือกำไรที่คุณควรจะได้อยู่ดี เพราะมีหลายกรณีที่เมื่อเทรดเดอร์วิเคราะห์แล้วว่า ราคาหุ้นตัวซื้อมามีแนวโน้มจะลดลง และอาจจะต้องเสียผลกำไรไปถึง 40% -50% จากกำไรที่ได้ แต่ก็ไม่ยอมที่จะขาย เพราะคาดหวังว่าจะได้กำไรเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย ก่อนที่จะลดลงนั่นเอง ซึ่งก็ทำให้พลาดการได้กำไรไป แถมยังต้องขาดทุนอีกด้วย

5.ติดตามข่าวสารบ้านเมืองบ้าง

ใช่ว่าเป็นสายเทคนิคคอลแล้วจะไม่ต้องสนใจเรื่องของข่าวสาร เพราะการที่จะวิเคราะห์ด้วยเทคนิคนั้น บางครั้งก็จำเป็นที่จะต้องติดตามข่าวสาร ความเปลี่ยนแปลงของโลกอยู่บ้างเหมือนกัน ซึ่งข่าวสารที่เกิดขึ้นล้วนแต่มีผลต่อความผันผวนของค่าเงินอยู่เสมอ ทำให้นักเทรดสายเทคนิคคอลส่วนใหญ่ นำมาใช้เป็นตัวช่วยในการวิเคราะห์ และวางกลยุทธ์อย่างเหมาะสมได้ จนทำให้ได้กำไรตามที่คาดาการณ์เอาไว้นั่นเอง

ใครที่รู้ตัวว่าอยากจะเป็น เทรดเดอร์ Forex สายเทคนิคคอล ก็ลองให้ความสำคัญกับทั้ง 5 ข้อนี้ดู รับรองว่าการที่จะเป็นเทรดเดอร์ที่สร้างกำไรบนตลาด Forex นั้นไม่ใช่เรื่องยากอย่างแน่นอน ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครจะปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์โลกได้ดีแค่ไหน อย่างไร รวมทั้งการฝึกฝนเพื่อหาเทคนิคในแบบของตัวเองได้เร็วกกว่ากัน