จับสัญญาณ Forex ให้ถูกทาง ลู่ทางสู่การทำกำไร

25

จับสัญญาณForex

จับสัญญาณ Forex ให้ถูกทาง ลู่ทางสู่การทำกำไร

 

Forex คือรูปแบบการลงทุนที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง ด้วยผลตอบแทนที่คุ้มค่าและรวดเร็ว เป็นรูปแบบการตลาดซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ซึ่งตลาดลักษณะนี้มีความผันผวนของราคาซื้อขายที่ผันแปรตาม Demand และSupply ของสกุลเงินแต่ละประเทศ การที่จะลงทุนซื้อขาย Forex จึงมีความเสี่ยงจากราคาที่แปรปรวนไม่คงที่ ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคามีทั้งสกุลเงินแต่ละประเทศที่มีอัตราแลกเปลี่ยนแตกต่างกัน ตามผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย ราคาน้ำมัน ราคาทองคำ หรือแม้แต่สภาวะต่าง ๆ ของประเทศนั้น ๆ ทั้งสภาพเศรษฐกิจ สถาณการณ์บ้านเมือง และอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรากับประเทศอื่น ๆ

ด้วยความันผวนของราคาซื้อขายเช่นนี้ทำให้การลงทุนในForex ต้องอาศัยความระมัดระวังเป็นอย่างมาก ยิ่งในปัจจุบันที่ Forex เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นจนมีนักลงทุนเข้ามาซื้อขายในตลาดแห่งนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ และยังเป็นตลาดที่เปิดขายแบบตลอดเวลา 24 ชั่วโมงในช่วงวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ทำให้ความผันแปรของราคามีความรุนแรงเกิดความเสี่ยงในการลงทุนสูงมาก ดังนั้นโอกาสของการทำกำไรในตลาดForex จึงต้องอาศัยการจับ สัญญาณ Forexให้ดีและถูกต้องแม่นยำด้วย

สัญญาณ Forexหรือ Forex signal คือสัญญาณที่นักลงทุนใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจเพื่อซื้อขาย การจับสัญญาณนี้ได้ถูกต้องจะเป็นการสร้างผลกำไรในตลาด Forex ให้กับนักลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะสัญญาณนี้ถือเป็นตัวช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าควรซื้อหรือขายเมื่อใดจึงจะได้ผลดี แต่การจะจับ Forex signal ให้ถูกต้องแม่นยำนั้นจำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์ และการคิดวิเคราะห์อย่างละเอียดถี่ถ้วนให้ดี แต่ถึงกระนั้นในบางกรณีก็อาจเกิดความผิดพลาดในการจับสัญญาณ Forexได้ ยิ่งในกรณีนักลงทุนมือใหม่การจับสัญญาณนี้ให้ถูกต้องก็ยิ่งดูเป็นเรื่องยากและเต็มไปด้วยความเสี่ยง จึงต้องทำความเข้าในกับ Forex signal ให้ดีก่อน ซึ่งสามารถแบ่งประเภทตามลักษณะของสัญญาณได้ดังนี้

  1. สัญญานแบบ Divergence

    คือสัญญาณที่มีลักษณะความขัดแย้งระหว่างราคา และจุดเหมาะสมที่จะซื้อขาย (Indicator)หากเกิดแนวโน้มของราคาหรือ Divergence แสดงว่าราคาForex กำลังจะเกิดการพลิกตัว สัญญาณลักษณะนี้มี 2 แบบคือBullish divergence เป็น สัญญาณ Forexที่บ่งบอกว่าราคากำลังจะปรับขึ้น และBearish divergence เป็นลักษณะสัญญาณที่บ่งบอกว่าราคากำลังจะปรับลง ดังนั้นเมื่อถึงจุดสิ้นสุดของ Bullish divergenceควรตัดสินใจซื้อทันที และขายเมื่อถึงจุดสิ้นสุดของ Bearish divergence

  2. สัญญาณแบบ Breakout

    คือสัญญาณที่มีลักษณะแบบแนวรับแนวต้าน แนวรับหรือแนวต้านคือช่วงระดับราคาที่ผันแปรของตลาด Forex ซึ่งนักลงทุนส่วนมากนิยมใช้วิธีการนี้ในการพิจารณาราคาซื้อขายที่สามารถทำกำไรได้ดีที่สุด กล่าวคือตัดสินใจซื้อเมื่อราคา Forexมาถึงจุดต่ำสุดของแนวรับที่ตั้งเอาไว้ และขายเมื่อราคา Forex มาถึงจุดสูงสุดของแนวต้านนั่นเอง เป็นการเก็งกำไรในช่วงที่ราคามีโอกาสพลิกตัวนั่นเอง

  3. สัญญาณ Oversold และ Overbought

    เป็นลักษณะสัญญานที่แตกต่างจาก สัญญาณ Forexอื่น ๆ ที่ได้กล่าวมาแล้วขั้นต้น เพราะไม่ได้พิจารณาจากราคาของ Forex แต่พิจารณาจากแรงการซื้อขายในตลาดแทน โดย Overboughtคือสัญญาณการซื้อในตลาดที่สูงมากผิดปกติซึ่งมักจะเกิดแรงขายขนาดหนักตามมา ส่วน Oversoldคือสัญญาการขายในตลาดที่สูงมากผิดปกติ จนเกิดแรงซื้อตีกลับมาได้นั่นเอง ดังนั้นเมื่อราคา Forex เข้าสู่ช่วงสัญญาณการ Overboughtก็จะทำให้การซื้อ Forex มีราคาที่สูงเกินไปได้จึงยังไม่ควรตัดสินใจซื้อ ซึ่งตรงข้ามกับช่วงสัญญาน Oversoldนั่นเอง

หากนักลงทุนต้องการจับสัญญาณ Forexให้แม่นยำนั้นจะต้องอาศัยการติดตามตลาดForex อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้จับสัญญาณของ Forex ได้ทันทีที่มาถึงจุดพลิกหรือเปลี่ยนของราคา ยิ่งจับสัญญาณได้ทันท่วงทีก็ยิ่งมีโอกาสสร้างผลกำไรได้สำเร็จ แต่หากจับ สัญญาณ Forexแล้วก็ยังยากที่จะตัดสินใจซื้อขาย ซึ่งมักเกิดขึ้นกับนักลงทุนหน้าใหม่บ่อย ๆ ก็สามารถเลือกผู้ให้บริการติดตามสัญญาณแทนได้ ผู้ให้บริการจับสัญญาณนั้นในปัจจุบันสามารถเข้าถึงได้ง่ายผ่านทางแอพพลิเคชั่นที่ช่วยตรวจจับสัญญาณจากอุปกรณ์ไอทีชนิดต่าง ๆ ได้สะดวก หรือให้บริการผ่านเว็ปไซด์ที่ให้บริการก็ได้ โดยนักลงทุนต้องเลือกผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือ มีผลประกอบการเป็นที่ยอมรับ หรือลองพิจารณาจากผู้ให้บริการที่มีโปรโมชั่นฟรีก่อนก็ได้ เมื่อมั่นใจแล้วจึงตัดสินใจชำระค่าบริการต่อไป

เมื่อลงทุนในตลาด Forex แล้ว นักลงทุนควรติดตามผลการลทุนของตนเองอย่างสม่ำเสมอด้วยว่าการตัดสินใจ หรือเลือก สัญญาณForexของคุณนั้นมีประสิทธิภาพหรือไม่ด้วยการติดตามผลการลงทุนตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

  1. ผลการเทรดมีอัตราเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ

    สิ่งที่แสดงถึงความสำเร็จในการเทรดของนักลงทุนนั้นก็คือผลกำไรจากการลงทุนในForexที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งควรมีลักษณะเป็น Up trend การเติบโตอย่างต่อเนื่องคือเครื่องพิสูจน์ความสามารถการเทรดของนักลงทุนโดยตรง หากอยากตัดสินว่าคุณพร้อมสำหรับการเป็นนักลงทุน Forex แล้วหรือไม่ควรมีอัตราการเติบโตของเทรดที่5-10% ต่อเดือน

  2. ความสามารถในการบริหารจัดการพอร์ต

    ในโลกของการลงทุนนั้น นักลงทุนจำเป็นจะต้องบริหารให้เกิดการหมุนเวียนของเงินทุน และผลกำไร ดังนั้นหากสามารถจับ สัญญาณ Forexได้แม่นยำจนสามารถทำกำไรได้อย่างถูกต้อง ก็จะยิ่งช่วยให้นักลงทุนสามารถบริหารจัดการเงินทุน และเทรด Forexได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดีการลงทุนในตลาด Forex นั้นมีอัตราความผันผวนที่สูงกว่าการลงทุนรูปแบบอื่น ๆ แม้จะอาศัยการจับ สัญญาณ Forexแล้วก็ยังมีโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดได้ นักลงทุนจึงควรระมัดระวังในการลงทุนอยู่เสมอ แต่เมื่อเกิดความผิดพลาดก็ไม่ควรเป็นกังวลแต่ควรนำมาเป็นบทเรียนเพื่อโอกาสในการสร้างผลกำไรที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต